วิวัฒนาการเพื่อความอยู่รอดของค้างคาวยุคบุกเบิก “โส” โสฬส สุนทรศิริ

Home / Scoops / วิวัฒนาการเพื่อความอยู่รอดของค้างคาวยุคบุกเบิก “โส” โสฬส สุนทรศิริ

เมื่อปี 2014 ทีมโมโน แวมไพร์ ได้ปิดฉากการแข่งขันซีซั่นแรกในวงการบาสเกตบอลกับรายการ Thailand Basketball League (TBL) ไปได้ดี ด้วยการคว้าอันดับที่ 3 หลังจากที่พ่ายแพ้ทีม นครปฐม แมดโกทส์ ในรอบรองชนะเลิศไปอย่างน่าเสียดาย

“ค้างคาวอมตะ” เป็นทีมที่ตั้งขึ้นมาใหม่ในปีนั้น และ พุ่งขึ้นทะยานมาได้อย่างรวดเร็ว ด้วยการคว้าตัวนักกีฬาระดับชั้นนำมารวมทีมกัน โดยในยุคบุกเบิกนั้น มีแกนนำเป็น “บาส” กานต์ณัฐ เสมอใจ, “แวน” ไพรัช เสกธีระ, และ เจ้าของรางวัลผู้เล่นยอดเยี่ยมประจำ TBL 2014 “โส” โสฬส สุนทรศิริ เป็นสามประสานวงนอกที่ผสมกลมกลืนความคล่องแคล่ว และ ว่องไว จนสร้างกระแสความฮือฮาในวงการได้อย่างโดดเด่น แม้จะเป็นทีมน้องใหม่ก็ตาม

Photo Credit: ช่างภาพ Onvisa Thewphaingarm

หลังจากที่เวลาผ่านมาแล้ว 4  ปี ทีมโมโน แวมไพร์ เปลี่ยนแปลงพัฒนาไปมาก จนแทบไม่เหลือเค้าเดิม

สนามประจำทีมได้ย้ายจาก สนามประชานิเวศน์ มาเป็นสนาม Stadium29
หัวหน้าโค้ชเปลี่ยนมาจาก “โค้ชเส็ง” ประเสริฐ ศิริพจนากุล จนตอนนี้เป็น “โค้ชดั๊ก” ดั๊กกลัส มาร์ตี้
สตาร์ประจำทีม “บาส” กานต์ณัฐ ได้ก้าวขึ้นมาเป็นดาวเด่นประจำทีมชาติ แม้ช่วงนี้จะก็ต้องพักฟื้นร่างกายจากอาการบาดเจ็บ
ปีกสุดหล่อสารพัดประโยชน์ “แวน” ไพรัช เสกธีระ ได้ย้ายไปเล่นกับ”สโมสรการไฟฟ้าฯ” ชั่วคราว
นักกีฬา World Import คนแรกของทีม “บิ๊กกี้” แอนโธนี่ แมคเคลน ก็ยังคงเล่นอยู่ที่ประเทศไทย หากแต่ย้ายทีมไปมา จนตอนนี้สังกัดทีม “ไทยเครื่องสนาม” ซะแล้ว
รวมถึงไปถึงผู้เล่นคนอื่นๆ ที่เคยอยู่ในทีมชุดบุกเบิก ที่แยกย้ายกันไปตอนนี้

ทีมโมโน แวมไพร์ ได้เสริมสตาร์ดาวดังจากทั่วทุกทิศทุกทางมารวมทีม ไม่ว่าจะทั้ง “เจโอ” รัชเดช เครือทิวา, “บิ๊ก” ธีรวัฒน์ จันทะจร, และ “สิงห์” ชนะชนม์ กล้าหาญ

หลังจากที่ได้ที่ 3 ในฤดูกาลเปิดตัว โมโน แวมไพร์ ได้ต่อยอดจนกลายเป็นทีมที่คว้าแชมป์รายการ TBL มา 3 สมัยติดต่อกันแล้ว

ท่ามกลางความเปลี่ยนแปลง พัฒนา ต่อยอด ทั้งหมดทั้งปวงเหล่านี้ ในค่ายสีส้ม “โมโน แวมไพร์” มี โสฬส ที่ยังอยู่ที่เดิม ไม่ได้ไปไหน

“ทีมโมโน แวมไพร์ก็มีการพัฒนาขึ้นมาเยอะ” โสฬส กล่าว “ช่วงนี้ ก็จะมีน้องๆ [เข้ามาในทีมเพิ่มขึ้น] ที่เขาก็ดันขึ้นมาจากชุด TBDL แต่ก็ไม่น้องมาก ก็ประมาณรุ่นเดียวกันนี่แหละ”

“ผมก็ต้องมีการพัฒนาตัวเองตลอดเวลา เพื่อจะได้โชว์ผลงานให้โค้ชเห็น”

ในปีที่ โสฬส ได้รางวัลผู้เล่นยอดเยี่ยมใน TBL 2014 ด้วยวัยเพียง 21 ปี เขาทำสถิติไปได้ 12.3 แต้ม และ 4.7 แอสสิสต์ แต่ในปีถัดๆ มา ผลงานจะตกลงมาเรื่อยๆ ตามลำดับ

TBL 2015: 17.7 นาที, 5.6 แต้ม, 2.8 แอสสิสต์ ต่อเกม
TBL 2016: 15.1 นาที, 3.3 แต้ม, 2.3 แอสสิสต์ ต่อเกม
TBL 2017: 13.3 นาที, 3.0 แต้ม, 1.6 แอสสิสต์ ต่อเกม

ในช่วง 4 ปีที่ผ่านมานี้ แม้ว่าทีมจะมีการเปลี่ยนแปลงมาตลอด โสฬส ก็ยังแสดงศักยภาพมากพอที่จะยังอยู่กับทีมต่อไปได้ แต่เขาเองก็รู้ตัวว่า ตัวเขาจะต้องมีการปรับปรุง เปลี่ยนแปลง หรือ พัฒนาต่อยอดบางอย่าง หากเขาจะยังอยากอยู่กับทีมต่อไป

และใน TBL 2018 ซีซั่นนี้ ก็ได้เกิดปรากฏการณ์ความเปลี่ยนแปลงขึ้นจริงๆ


ช่วง 6 เกมแรกของซีซั่น สถิติของโสฬส ตอนนี้ ถือว่าก้าวกระโดดขึ้นมาอีกระดับ

TBL 2018 (6 เกมแรก) : 26.3 นาที, 9.7 แต้ม, 5.8 แอสสิสต์ ต่อเกม

“ช่วงนี้ผมกลับมามีโอกาสลงสนามมากขึ้นกว่าเดิม มีช่วงนึงไม่ค่อยได้เล่นเท่าไหร่ แต่ตอนนี้มีเวลาในสนามมากขึ้น ได้พิสูนจ์ตัวเอง และก็ต้องขยันมากขึ้น” โสฬสบอก “เราจะอยู่เฉยๆ ไม่ได้เพราะว่า มีการแข่งขันเข้ามามากขึ้น”

พัฒนาการของ โสฬส ตรงนี้ ไม่ใช่สิ่งที่เกิดขึ้นมาลอยๆ อย่างไร้สาเหตุ ทั้งเขา และ ทีม ต่างก็มีการปรับระบบ ปรับรูปแบบ และก็ต้องมีการเตรียมตัวมามากมาย เพื่อมาให้ได้ถึงจุดตรงนี้

ในปี 2014 เราจะเห็นโสฬสเล่นหน้าที่เป็นการ์ดจ่ายประจำทีม คอยพาบอลบุกขึ้นมาอย่างรวดเร็ว ใช้สปีดกระชากหนีตัวป้องกัน ก่อนที่สะบัดบอลจ่ายออกไปให้ปีกในทีมยิง หรือ เข้าไปทำแต้มด้วยตัวเอง แต่ในขณะเดียวกันก็ยังมีหลายๆ จังหวะที่เขาเสียบอลง่ายๆ ไม่ว่าจะทั้งเพราะจ่ายบอลผิดจังหวะ หรือ เลี้ยงบอลไม่ผ่าน และด้วยความที่เป็นการ์ดจ่ายหลักของทีม จังหวะเทิร์นโอเวอร์แบบนี้ จึงทำให้เกมบุกเสียกระบวน

เมื่อในปีต่อๆ มา ทีมได้มีการเสริมทัพในตำแหน่งการ์ดจ่าย ที่มีความนิ่ง และ ครองบอลได้อย่างเสถียรมากกว่า ทั้ง “อาร์ม” ณัฐกานต์ เมืองบุญ หรือ เจสัน บริกแมน บทบาทของโสฬส ในฐานะการ์ดจ่ายก็ลดลงไป ทำให้เวลาในการลงสนามของเขาลดลง และ ผลงานก็ตกลงตามๆ ไปเช่นเดียวกัน

แต่ตอนนี้ โมโน แวมไพร์ ได้มีการเปลี่ยนบทบาท และ ตำแหน่งของโสฬส เพื่อใช้ศักยภาพของเขาให้เต็มที่มากขึ้น

“ตอนนี้เหมือนมีการปรับเปลี่ยนตำแหน่งของผมนิดหน่อย เพราะว่าจะดันผมไปเล่นตำแหน่งปีก” โสฬสกล่าวอธิบาย “ผมจะไปยืนปีกเป็นส่วนใหญ่ ซึ่งก็จะลดเรื่องเทิร์นโอเวอร์เพราะว่าก่อนหน้านี้ ผมจะเสียบอลง่าย แล้วก็เทิร์นโอเวอร์บ่อย”

“ทุกวันนี้ผมก็จะลงมาช่วยต่อเกม ประคองเกม แล้วก็ช่วยให้ เจสัน [บริกแมน] เหนื่อยน้อยลง ผมจะช่วยพาบอลขึ้นมา จะไม่ใช่ปีกที่ทำสกอร์เป็นส่วนใหญ่ แต่จะประมาณคอยประคอง และก็คอยต่อเกมเมื่อมีโอกาส”

สิ่งที่แฟนๆ ได้เห็นใน TBL ปีนี้ ไม่ใช่โสฬส การ์ดความเร็วแสง ที่ดันบอลขึ้นมาเองแล้วสั่งการเกมบุก แต่จะได้เห็นเขาเป็นตัวพุ่งเข้าไปในแนวรับมากขึ้น เพื่อจบสกอร์ หรือ จ่ายบอลเนียนๆ ให้เพื่อนต่ออีกที

แม่ทัพของทีม “โค้ชดั๊ก” พึงพอใจกับการเปลี่ยนแปลงจุดนี้ เพราะเขาเล็งเห็นศักยภาพของโสฬสมาเรื่อยๆ และ หาทางดึงเอาศักยภาพตรงนั้นมาใช้ให้ได้อย่างเต็มที่มาตลอด

“ใช่ ตอนนี้เราพยายามดันให้โสฬสไปเล่นปีก” โค้ชดั๊กกล่าว “เขามีความเร็วสูง และ เขามีอะไรดีๆ ที่เขาทำได้มากในตำแหน่งปีก ไม่ว่าจะเป็นการออกตามประกบเต็มสนามกับปีกฝ่ายตรงข้าม หรือ การดันเกมเฟสเบรก”

“ในตำแหน่งปีก เขาจะไม่ต้องมาคอยกังวลเกี่ยวกับการเซ็ทเกมบุก หรือ คอยสั่งแผน หน้าที่ของเขาก็คือการใช้ความเร็วพุ่งไปข้างหน้าในจังหวะเกมสวนกลับ รอการจ่ายบอลจากการ์ดของทีมแทน และตอนนี้ ผลมันก็ออกมาดี”

แม้ผลงานจะออกมาดีก็จริงในเบื้องต้น แต่ก็มีช่วงเวลาในการปรับตัวระดับหนึ่ง สำหรับโสฬส ที่เล่นในตำแหน่งการ์ดจ่ายมาเกือบตลอดชีวิตการเล่นของเขา

“งงตัวเองซักพักหนึ่งเหมือนกัน” โสฬสเล่าไปหัวเราะไปกับการเล่นในตำแหน่งใหม่ “เราก็เป็นการ์ดจ่ายมาประมาณนึง เราก็ต้องมีการปรับเปลี่ยนตัวเอง โค้ชสั่งมาแบบนั้น เขาก็คงเห็นว่าเรามีอะไรบางอย่างที่แฝงอยู่ โค้ชคงอยากให้ลองประสบการณ์ใหม่ๆ และเวลาผมไปยืนปีกกับ เจสัน โค้ชมองเห็นว่าเกมมันดีขึ้นกว่าตอนผมเป็นการ์ด เขาคงอยากให้ผมไปลุยตรงนั้นมากกว่า”

“เขาสามารถใช้ความเร็ว และ ความคล่องได้ดีในตำแหน่งปีก” โค้ชดั๊กบอก อธิบายถึงเหตุผลที่ทำให้เขาตัดสินใจย้ายโสฬสไปเล่นในตำแหน่งปีก “มันดูเป็นตำแหน่งที่เขาเล่นได้อย่างเป็นธรรมชาติมากกว่า”


ผลงานในช่วงต้นนี้ ออกมาได้ดีไม่ใช่น้อย ทั้งสำหรับ โสฬส และ ทีมโมโน แวมไพร์ แต่ ต่างฝ่ายต่างก็รู้ว่า จะพึงพอใจกับแค่นี้ไม่ได้ และต้องมีพัฒนาการต่อยอดกันอีกต่อไป

“เขายังต้องพัฒนาในส่วนของการยิงสามแต้มมากขึ้น หากเขาจะเล่นในตำแหน่งนี้” โค้ชดั๊กกล่าว “แต่การที่ได้มาเล่นในตำแหน่งปีก ทำให้เขามีเวลาในการลงเล่นมากขึ้น และมันทำให้ทั้งผมกับทีมโมโน แวมไพร์ พอใจกับพัฒนาการของเขาช่วงนี้”

การยิงสามคะแนน เป็น “จุดอ่อน” ของโสฬสมาตลอด แม้แต่ในปีที่เขาได้รับรางวัลผู้เล่นยอดเยี่ยม ถือว่าเขายังทำตรงส่วนนี้ได้ไม่ดีเท่าไหร่นัก

หากเขาจะเล่นในตำแหน่งวงนอก ไม่ว่าจะเป็นการ์ดจ่าย หรือ ปีก เขายังต้องพัฒนาจุดนี้ต่อไปอีก ซึ่งเขาก็แสดงให้เห็นถึงพัฒนาการตรงนี้ได้ดี โดยมีอัตราความแม่นยำในการยิงสามคะแนนเพิ่มขึ้นมาเรื่อยๆ

TBL 2014: 24.1%
TBL 2015: 16.1%
TBL 2016: 18.2%
TBL 2017: 20.8%
TBL 2018: 24.0% (6 เกมแรก)

พัฒนาการตรงนี้ เป็นเรื่องสำคัญที่จะทำให้เขามีโอกาสลงสนามต่อๆ ไป


การที่ผู้เล่นคนหนึ่ง จะมาเปลี่ยนบทบาท หรือ ตำแหน่งของตัวเองกลางคัน แม้ว่าจะเล่นมานานแล้วก็ตามที ไม่ใช่เรื่องที่แปลก มันเป็นสิ่งที่จำเป็นสำหรับ นักกีฬาอาชีพทุกคน ที่จะต้องหาสิ่งที่ตัวเองทำได้ดี หรือ สิ่งที่ตัวเองต้องพัฒนา และ ทำให้ทุกคนเห็น

ตอนนี้ โสฬส อยู่ในจุดที่กำลังค้นหาสมดุล สำหรับสิ่งที่เขาทำได้ดี และ สิ่งที่เขาต้องพัฒนา

เขาเป็นคนที่มีความคล่อง มีเซ้นส์การจ่ายบอลที่ดี… แต่หากเขาจะเล่นในตำแหน่งการ์ด เขายังต้องพัฒนาในด้านการอ่านเกม และการครองเกม

เขาเป็นคนที่มีความเร็ว มีการเข้าจบสกอร์ด้วยการข้ามที่ดี… แต่หากเขาจะเล่นในตำแหน่งปีก เขาต้องปรับเรื่องการยิงให้สามารถดึงตัวประกบออกมามากขึ้น

“เรายังจะคอยสอนเขาให้เล่นตำแหน่งการ์ดจ่ายอยู่ และ เมื่อไหร่ที่มีโอกาส เราก็จะให้เขาเล่นการ์ดจ่ายอยู่บ้างตามจังหวะของเกม” โค้ชดั๊กกล่าวว่า อนาคตที่ดีที่สุดของ โสฬส อยู่ที่ตำแหน่งไหน “มันพูดยากนะ แต่ทั้งหมด มันอยู่ที่ตัวเขาว่าเขาจะเรียนรู้การเป็นแม่ทัพในตำแหน่งการ์ดจ่ายได้มากน้อยขนาดนไหน เพราะมันเป็นเรื่องที่สำคัญมาก”

“เขาจะต้องสามารถเซทแผนเกมบุกให้ได้ เขาต้องสามารถเข้าใจถึงจังหวะของเกม ต้องบริการเวลาในสนามให้เป็น ทุกๆ อย่างที่กล่าวมา และตอนนี้เขายังถือว่าอยู่ในช่วงการเรียนรู้อยู่”

“ผมเข้าใจว่าเราก็ต้องมี การ์ดจ่าย ไว้ใช้งานในระดับทีมชาติ แต่ถ้าเขาถูกกักไว้เล่นเพียงตำแหน่งการ์ดจ่าย เขาอาจจะไม่ได้ลงเล่นเท่าไหร่นักกับทีมโมโน แวมไพร์ เพราะเราก็มี เจสัน อยู่ที่ครองเวลาการลงเล่นในตำแหน่งการ์ดจ่ายอยู่แล้ว”

“แต่การที่ได้โสฬสมาเล่นในตำแหน่งปีกแบบนี้ มันทำให้เกมบุกของเรามีมิติ และ มีความหลากหลายมากขึ้น และ มันทำให้ทีมสามารถเล่นในรูปแบบที่เราอยากเล่นมากขึ้น”

ท้ายที่สุดแล้ว ไม่ว่า โสฬส จะลงเอยกับการเล่นตำแหน่งไหน ทั้งในทีมชาติ หรือ ในทีมโมโน แวมไพร์ เขารู้ตัวดีที่สุด ว่าสิ่งที่สำคัญที่สุด คือ การที่จะต้องไม่หยุดยั้งที่จะพัฒนา เพราะเขาเห็นมาตลอด กับการเล่นในทีมโมโน แวมไพร์ มาตั้งแต่ชุดแรก เพราะถ้าหยุดพัฒนาเมื่อไหร่ ถ้าหยุดขยันเมื่อไหร่ ก็มีแต่จะโดนแซง และ ก็ไม่ได้ลงเล่นเลย… แม้จะในตำแหน่งไหนก็ตาม