ศึกสายเลือด! แม้มีสังกัดใหม่ทั้งคู่ พี่น้องดาโสม ยังจัดเต็มใส่กันเสมอ

Home / Scoops / ศึกสายเลือด! แม้มีสังกัดใหม่ทั้งคู่ พี่น้องดาโสม ยังจัดเต็มใส่กันเสมอ

ตลอดช่วง 4 ปีที่ผ่านมาใน TBL ตระกูล ดาโสม ถือว่าเป็นครอบครัวที่ ทำผลงานมาได้อย่างต่อเนื่องในลีกบาสอาชีพที่สูงที่สุดในประเทศไทยมาตลอด โดยมีแกนนำเป็น “รูเบน” วุฒิพงษ์ ดาโสม ที่เป็นตัวหลักของสโมสรไฮเทค มาอย่างต่อเนื่องอีกทั้งยังติดทีมชาติไทยชุดใหญ่มาหลายต่อหลายรอบ “เควิน” อภิสิทธินันท์ ดาโสม เองก็เล่นมาแล้วหลายฤดูกาล กับ ทีม ขอนแก่น/ดังกิ้น แรพเตอร์ และ ทีมแมดโกทส์ ถึงแม้จะยังไม่สามารถก้าวขึ้นไปถึงระดับทีมชาติไทยได้แบบพี่ชาย เขาก็คอยแสดงผลงานมาให้เห็นตลอดว่า เขามีความสามารถมากพอที่จะเล่นในลีกนี้

มาในฤดูกาลนี้ ทั้งสองคนก็ยังคงเล่นอยู่ใน TBL อยู่เหมือนเดิม… แต่มีสิ่งที่แตกต่างออกไป คือ ต่างคนต่างต้องมาใส่เสื้อยูนิฟอร์มที่ไม่คุ้นเคยกันทั้งคู่


รูเบน นอกจากจะเป็นนักบาสที่สารพัดประโยชน์แล้ว เขายังคอยเป็นสีสันในสนามเสมอ ด้วยทรงผมที่เปลี่ยนแปลงไปเรื่อยๆ ฤดูกาลนี้ เขาเปิดตัวด้วยการย้อมผมสีทอง อาจจะด้วยความที่อินจัดกับตัวละคร Thor จากหนังเรื่อง Avengers: Infinity Wars ก็เป็นไปได้

Photo Credit: ไทยเครื่องสนาม / ช่างภาพ Onvisa Thewphaingarm

แต่สิ่งที่โดดเด่นออกมาสำหรับ รูเบน ในซีซั่นนี้ ไม่ใช่เพียงแค่สีผมเท่านั้น แต่มันคือชุดแข่งของเขา จากที่คุ้นเคยกับการได้เห็นเขาใส่ชุดของสโมสรไฮเทคมาตลอด มาในคราวนี้เขาใส่ชุดของสโมสร ไทยเครื่องสนาม แทน

“การที่ย้ายมาทีมไทยเครื่องสนาม มันเป็นอะไรที่ใหม่สำหรับผม” รูเบนกล่าว “ผมยังต้องเรียนรู้วิธีการเล่นบาสเกตบอลอีกมาก การที่เป็นนักบาสอาชีพมันต้องหมั่นฝึกซ้อม และ เตรียมตัวให้พร้อมเสมอ”

แม้ว่าจะเป็นทีมใหม่ แต่ ก็อาจจะไม่ต้องปรับตัวอะไรมาก เพราะนอกจากไทยเครื่องสนามจะได้ รูเบน แล้ว ทีมยังมีการเสริมทัพเอา “พีซ” บัณฑิต หลักหาญ, “เดฟ” สุขเดฟ โคเคอร์, และ มาร์ก เซนต์ฟอร์ต มาร่วมทีมอีกด้วย ซึ่งเป็นกลุ่มที่เล่นด้วยกันที่ไฮเทคมาก่อนหน้านี้แล้ว

“ดูแล้ว เราก็มีทีมที่ดีนะปีนี้” รูเบนกล่าวถึงทีมใหม่ของตัวเอง “ก็ต้องคอยดูกันต่อไปว่า ทีมจะไปได้ขนาดไหนบ้าง”

“สำหรับผม เป้าหมายในทุกๆ ปีที่เล่น ก็คือการที่ออกไปเล่นบาสให้สุดความสามารถ ทุกครั้งที่ก้าวเข้าไปในสนาม” รูเบนกล่าวถึงเป้าหมายของตัวเอง “ต้องหมั่นดูเทปการแข่งขัน เพื่อพัฒนาตัวเองในฐานะนักบาสอีกด้วย”

ในช่วงสองสัปดาห์แรกของการแข่งขันนั้น ทีมไทยเครื่องสนาม ถือว่ามีผลงานที่ดูโดดเด่นมาก ชนะ 3 แพ้ 1 เป็นอันดับที่ 2 ในตาราง แม้ว่า ฟอร์มของ รูเบน ยังอาจจะขึ้นๆ ลงๆ อยู่บ้าง (6.5 แต้มกับ 2.5 รีบาวด์ต่อเกม) แต่ก็เห็นได้ว่า เขาเริ่มปรับตัวเข้ากับบทบาทใหม่ในทีมใหม่ของเขามากขึ้น


เควิน เองก็มีการย้ายสังกัดเช่นเดียวกัน ที่ผ่านมาเขาอาจจะยังไม่ค่อยได้เล่นกับทีมใหญ่ๆ ที่เข้าเพลย์ออฟไปรอบลึกๆ เท่าไหร่นัก ทำให้การที่ย้ายมาเข้าสังกัด โมโน แวมไพร์ ครั้งนี้ เป็นสิ่งที่น่าตื่นเต้น ไม่ว่าจะสำหรับตัวเขาเอง หรือ สำหรับพี่ชายของเขา

“ผมดีใจกับเควินนะ” พี่ชายใหญ่ รูเบน กล่าวถึงการย้ายทีมของน้องชาย “ผมยิ่งดีใจที่เขาได้ย้ายไปทีม โมโน แวมไพร์ เพราะเท่าที่ดูแล้ว ทีมนี้สามารถใช้ความสามารถของเขาได้ดี เขาได้ไปเล่นในตำแหน่ง หรือ บทบาทที่ใช้ศักยภาพของเขาได้เต็มที่”

ด้วยความที่ทีมโมโน แวมไพร์ เป็นทีมที่มีผู้เล่นที่มีความสามารถสูงหลายคน เควิน จึงต้องเหนื่อยมากกว่าเดิมเพื่อสร้างผลงานที่ดี ให้ได้เวลาในการลงเล่นอย่างต่อเนื่อง… และอย่างที่พี่ชายของเขาบอก โมโน แวมไพร์ ก็ทำได้ดีในการใช้งานเควินในสนาม

สำหรับ 4 เกมแรกที่ลงแข่งขัน เควินได้ลงเล่น 18.9 นาที และทำได้ 8 แต้ม กับ อีก 3.5  รีบาวด์ต่อเกม

ตอนนี้ ในฐานะที่เป็นผู้เล่นใหม่ในทีม เขาอาจจะยังไม่มีบทบาทที่ชัดเจนนัก แต่ก็ได้รับความไว้วางในจากโค้ชดั๊กกลัส มาร์ตี้ ด้วยความดุดัน และ ความทุ่มเททุกวินาทีที่อยู่ในสนาม

“อย่างแรกคือ ผมต้องเข้ากบเพื่อนร่วมทีมให้ได้ก่อน” เควินกล่าว “เพราะเพิ่งมาร่วมทีมเมื่อสองเดือนที่ผ่านมา”

“ในด้านหน้าที่ ผมไม่ได้เป็นชูตเตอร์ หรือ ตัวประคองบอล ผมเล่นได้ทุกอย่าง และก็แค่ฟังโค้ช ว่าโค้ชอยากให้ทำอะไร ก็ทำตาม”


เมื่อวันเสาร์ที่ 12 พฤษภาคมที่ผ่านมา พี่น้องดาโสมได้โอกาสปะทะกันครั้งแรกในซีซั่นนี้ เมื่อทีมโมโน แวมไพร์ และ ไทยเครื่องสนาม เจอกัน และก็เป็นเกมที่ตอนนี้ถือได้ว่าเป็นเกมที่สู้กันได้อย่างดุเดือดี่สุดในซีซั่นเมื่อผลจบลงด้วยสกอร์ 85-83 จากการขโมยและเลย์อัพเพียงวินาทีสุดท้ายของ Joshua Munzon

และแน่นอน ในส่วนของ เควิน และ รูเบน ต้องมีการประกบกันเป็นครั้งคราอยู่แล้ว

Photo Credit: ไทยเครื่องสนาม / ช่างภาพ Onvisa Thewphaingarm

“เอาจริงๆ  เราเป็นคู่แข่งกันมาตั้งแต่เด็ก” เควินเล่าให้ฟังถึงความรู้สึกของเขาเวลาเจอพี่ชายในสนาม “เขาเป็นพี่ชายของผม แต่ยิ่งเจอกันในสนามบาสในระดับอาชีพ ก็ยิ่งสนุกเข้าไปใหญ่”

“ถ้าเป็นไปได้ ผมก็อยากให้เควินตามประกบผมตลอดทั้งเกมนั้นแหละ” รูเบนกล่าวถึงการแข่งกับน้องชายของตัวเอง “เขาเป็นหนึ่งในผู้เล่นที่ป้องกันได้ดีที่สุดในประเทศไทย เพราะฉะนั้น เวลาโดนประกบ คุณก็ต้องเล่นให้เต็มที่ เขาบีบให้ผมเป็นผู้เล่นที่ดีมากขึ้น และเราก็แข่งขันกันมาตลอด”

“ผมเล่นกับเขาเหมือนกับที่เล่นเวลาเจอกับผู้เล่นคนอื่นๆ และ ผมก็เล่นให้เต็มที่ เพื่อให้เขาเป็นผู้เล่นเกมรับที่ดีมากขึ้น อีกทั้งพัฒนาเกมบุกด้วย”

แม้ว่าทั้งสองคน จะมีลักษณะนิสัยขี้เล่น เป็นกันเอง กล้าแสดงออก กล้าพูดกล้าคุย แต่พอลงไปสนามแล้ว ทั้งคู่กลับไม่ค่อยพูดอะไรใส่กันเท่าไหร่นัก ไม่มีการหยอกล้ออะไรกันตามประสาพี่ชายน้องชายทั่วๆ ไป

“เราต่างคนต่างไม่ค่อยพูดในสนาม คุยกันบ้าง แต่ไม่ได้ trash talk อะไรมาก” เควินพูดถึงความสัมพันธ์ของพี่ชายน้องชายคู่นี้ในสนาม “เข้าใจว่าเป็นพี่น้องกัน แต่พอลงสนามแข่งกัน เราเป็นคู่แข่งกัน ตัดเรื่องพี่น้องออก จะเล่นแรงสุด จะเล่นหนักสุด แต่ไม่พูดอะไร แค่ต่างคนต่างก็เข้าใจว่านี่คือ กีฬา”

“Trash talk ไม่ใช่แนวของพวกเราเท่าไหร่นัก” รูเบนเสริม “พวกผมโตมากับแนวคิดประมาณ พูดน้อยต่อยหนัก ก็คือการแสดงผลงานเอาในสนามนั่นแหละ”

Photo Credit: ไทยเครื่องสนาม / ช่างภาพ Onvisa Thewphaingarm

พอสิ้นเสียงนกหวีดการแข่งขัน พอออกมานอกสนามแล้ว ทั้งคู่ก็กลับมาเป็นพี่น้องกันอีกครั้งที่คอยสนับสนุน และ ให้กำลังใจกัน

“พวกเราก็คุยตลอดเวลา ซ้อมด้วยกันตลอดเวลา ไม่ว่าจะอยู่คนละทีม ก็เจอกันที่บ้าน สนามแถวบ้าน ก็คอยซ้อมกันตลอดเวลา” เควินกล่าว

“ผม ในฐานะพี่ชายคนโต ก็จะคอยชม เวลาที่เขาทำอะไรได้ดี” รูเบนพูด “คุณไม่มีทางรู้หรอกว่า ใครเขาจะพูดอะไรเกี่ยวกับคุณ และ มันจะทำให้ใครเขารู้สึกไม่ดี หรือ ท้อแท้ เพราะฉะนั้น ผมจึงจะคอยให้กำลังใจเขาทุกครั้งเมื่อผมมีโอกาส”

เส้นทางการเล่นใน TBL ของ เควิน และ รูเบน ต้องโคจรมาพบกันเสมอ และ ไม่ว่าจะเจอกันทีไร ท้ังสองคนก็พร้อมใส่กันเต็มที่แน่นอน ในการปะทะกันรอบแรกของซีซั่นนี้ ฝ่ายของพี่ชายเป็นทีมที่สามารถเอาชนะไปได้

แต่ในการแข่งครั้งหน้า (หรือ แม้แต่ ความเป็นไปได้ที่จะเจอกันรอบเพลย์ออฟ) จะเป็นอย่างไร ก็ต้องคอยดูคอยติดตามชมกันต่อไป!


ภาพปกบทความของ วุฒิพงษ์ ดาโสม จาก ไทยเครื่องสนาม / ช่างภาพ Onvisa Thewphaingarm