Playoff Preview: ไฮเทค (Hitech Basketball Club)

Home / Scoops / Playoff Preview: ไฮเทค (Hitech Basketball Club)

ไฮเทค ไม่ได้มาเล่นๆ! หลังจากที่ชวดแชมป์ TBL มา 3 ปีติดๆ กัน อีกทั้งยิงไปพลาดในรอบชิงมา 2 ปีติด ใน TBL 2018 นี้ ไฮเทคจัดทัพ มาอย่างเต็มที่ โดยคาดว่าคงกะจะไม่ปล่อยให้โอกาสรอดมือไปได้อีกครั้ง

ไม่ว่าจะเป็นการเสริมซุปเปอร์สตาร์ทีมชาติไทย ไทเลอร์ แลมป์ ที่ห่างไปจาก TBL มา 1 ฤดูกาล หรือ การ์ดจ่ายมือวางอันดับต้นๆ ของประเทศ “อาร์ม” ณัฐกานต์ เมืองบุญ มาร่วมทีม ที่แทบจะเป็น ออลสตาร์ ของประเทศไทยอยู่แล้ว หรือ การที่ดึง ซาเวียร์ อเล็กซานเดอร์ (World Import) และเปลี่ยนเอา แอนโธนี่ แมคเคลน (World Import) มากลางฤดูกาล ทุกการเคลื่อนไหวในปีนี้ ของไฮเทค ล้วนแต่เป็นการเสริมทัพที่ทำให้ทีมที่น่ากลัวอยู่แล้ว น่ากลัวมากขึ้นไปอีกระดับ

ผลออกมาก็จะได้ทีมที่ไล่ถล่มคู่แข่งมาตลอดทั้งฤดูกาล ทำแต้มได้มากที่สุดในลีก และ เป็นทีมเดียวที่ทำเฉลี่ยมากกว่า 100 แต้มต่อเกม อีกทั้งยังเป็นทีมที่เสียแต้มน้อยที่สุดอีกด้วย

ตลอดทั้งซีซั่น มีเกมที่ต้องลุ้นให้หวาดเสียวเพียงสองเกมเท่านั้น คือ เกมที่แพ้กับโมโน แวมไพร์ และ เกมท้ายฤดูกาลที่เอาชนะไปได้เพียง 1 คะแนน แต่นอกจากนั้น ก็เรียกได้ว่า ไฮเทค เอาชนะมาได้อย่างขาดลอยแบบ สม่ำเสมอ

การที่สามารถเข้าเพลย์ออฟมาได้เป็นอันดับที่ 1 ไม่ใช่เรื่องที่น่าแปลกใจ และ คาดว่าทางไฮเทคเองก็คงไม่ได้มีการฉลองเป็นพิธีรีตองอะไร… เพราะ การที่เข้ามาเป็นอันดับ 1 ในฤดูกาลปกติ มันจะไม่มีค่าอะไรเลย หากพวกเขาไม่สามารถจบฤดูกาลนี้ ด้วยการคว้าถ้วยแชมป์!

สถิติที่สำคัญ

แต้ม: 101.2 ต่อเกม (อันดับที่ 1)
แต้มเสีย: 74.7 ต่อเกม (อันดับที่ 1)
รีบาวด์: 44.8 ต่อเกม (อันดับที่ 4)
แอสสิสต์: 29.3 ต่อเกม (อันดับที่ 1)
สตีล: 15.1 ต่อเกม (อันดับที่ 1)
บล็อก: 3.4 ต่อเกม (อันดับที่ 5 ร่วม)

สิ่งที่ต้องทำให้ได้เพื่อให้ได้แชมป์

การที่ตั้งเป้าหมายไว้สูง เป็นสิ่งที่ดี… แต่ในทางกลับกันก็ อาจจะเป็นดาบสองคม ถ้าไม่จัดการให้ดีๆ

ทีมไฮเทค จะต้องระวังที่จะไม่มองข้ามจนไกลเกินไป และมองดูเป้าหมายที่อยู่ข้างหน้า ในเพลย์ออฟรอบแรก ก็ต้องมุ่งมั่นกับการเอาชนะทีมที่อยู่ตรงหน้าก่อน ไม่ใช่มองไปที่รอบชิงชนะเลิศ เพราะ ทีมสโมสรการไฟฟ้าเองก็แสดงให้เห็นมาแล้ว ว่ามีศักยภาพที่จะกดดันทีมไฮเทคได้จนถึงวินาทีสุดท้าย

ไฮเทค ทำได้ดีมาตลอด ในการเคลื่อนบอลขึ้นอย่างรวดเร็วเพื่อทำแต้ม (แต้มจากฟาวเบรก 30.1 แต้มต่อเกม, มากที่สุดในลีก) อีกทั้งการป้องกันให้เกิดเทิร์นโอเวอร์ (28.8 แต้มจากการเทิร์นโอเวอร์, มากที่สุดในลีก) ซึ่งเป็นจุดแข็งของทีม ด้วยบุคคลากรที่มี

ที่เหลือในเพลย์ออฟนี้ ก็แค่รักษามาตรฐาน และ สร้างจังหวะพวกนี้ให้ได้เหมือนเดิมก็พอ

สิ่งที่ห้ามทำ หากต้องการคว้าแขมป์

ด้วยความที่ระดับฝีมือของผู้เล่นในทีมไฮเทค กับ ทีมตรงข้าม ถ้าว่ากันตรงๆ ก็ถือว่า ห่างกันพอสมควร ทำให้หลายๆ ครั้ง ทีมไฮเทค มีรูปแบบการเล่นที่ออกเชิงเน้น เอนเตอร์เทน คนดูมากพอสมควร

ในช่วงฤดูกาลปกติไม่ใช่ปัญหาอะไร ในเมื่อพวกเขาสามารถเอาชนะได้เรื่อยๆ จนมีสถิติชนะ 17 แพ้ 1 เป็นที่ 1 ในตาราง… แต่พอเข้ามาในรอบเพลย์ออฟแบบนี้แล้ว ความรู้สึก “ชิวๆ” แบบนั้น ควรจะต้องตัดออกไปให้หมดให้ได้ เพราะ ช่องว่างสำหรับความผิดพลาดมีน้อยมาก หากต้องการที่จะคว้าแชมป์จริงๆ

การเล่นบาสให้สนุกเพื่อให้คนดูได้สนุกด้วยเป็นสิ่งที่ดี แต่ โค้ชคริส ดาเลโอ ของไฮเทค จะต้องมั่นใจว่า เขาจะสามารถควบคุมให้นักกีฬาทุกคนอยู่ในโหมดความมุ่งมั่นระดับเดียวกันให้ได้ ในช่วงโค้งสุดท้ายนี้

ผู้เล่นที่ต้องจับตามอง

“โอม” ชนาธิป จักรวาฬ

โพสต์โดย Kuk Thew Photography เมื่อ วันอาทิตย์ที่ 8 กรกฎาคม 2018

เวลานี้ ไม่น่าจะมีผู้เล่นคนไทยคนไหนที่กำลังมีความมั่นใจ และ เป็นความหวังเท่ากับ เซนเตอร์หนุ่มวัย 21 ปีคนนี้แล้ว

หลังจากที่โชว์ฟอร์มโหดมาเรื่อยๆ ก่อนที่จะไปฉายแววสตาร์อย่างเจิดจรัสกับรายการทีมชาติ FIBA Asia Cup 2021 SEABA Pre-Qualifier ตอนนี้ก็ถึงเวลาที่ “โอม” ชนาธิป จะต้องก้าวขึ้นมาอีกขั้น และ ลุกขึ้นมาเป็น ผู้นำของทีมในระดับสโมสรบ้าง

ในฤดูกาลนี้ “โอม” มีสถิติอยู่ที่ 7.8 แต้ม กับ 5.0 รีบาวด์ต่อเกม แต่คาดว่าหลายๆ คนยังมีความคาดหวังกับเขามากกว่านี้ ในไลน์อัพทีเด็ดของโค้ชดาเลโอที่ใช้ ซาเวียร์ อเล็กซานเดอร์ ผสานกับ ไทเลอร์ แลมป์ และ เอเวอร์รี่ ชาเรอร์ นั้น “โอม” จะได้มีโอกาสที่จะเป็น ผู้เล่นวงในของทีมอยู่เต็มตัว ซึ่งก็ต้องจับตากันในเวที เพลย์ออฟครั้งนี้ ว่าเขาจะก้าวขึ้นมาอีกระดับได้หรือไม่

ไทเลอร์ แลมป์

โพสต์โดย TBL เมื่อ วันเสาร์ที่ 16 มิถุนายน 2018

แน่นอนว่า คนนี้ จะละสายตาไปไม่ได้เลย ไทเลอร์ แลมป์ เป็นตัวเอกของไฮเทค ด้วยสถิติ 16.6 แต้ม 4.7 รีบาวด์ และ 4.3 แอสสิสต์ต่อเกม อีกทั้งยังมี 2.4 สตีล ต่อเกม

แลมป์เป็นคนที่ทำแต้มได้อย่างเด็ดขาด โดยเฉพาะจากระยะสามคะแนน (38.5%) การที่เขาได้บอลแต่ละทีทำให้ฝ่ายรับของทีมตรงข้ามต้องเพิ่มความระแวงมากขึ้นอีกระดับ ซึ่งบั่นทอนพลังงานแน่นอน

คราวที่แล้วที่ไทเลอร์เล่นใน TBL คือเมื่อปี 2016… ซึ่ง ไฮเทค เข้าชิงและแพ้ไปอย่างน่าเสียดาย เขากลับมาเล่นใน TBL 2018 คราวนี้ ด้วยความมุ่งมั่นที่จะคว้าแชมป์อย่างแรงกล้า ก็ต้องรอติดตามดู ติดตามชมกันต่อไปว่าจะทำได้สำเร็จหรือไม่!