จีเอสบี ไทยแลนด์ บาสเกตบอล ลีก 2018 โมโน แวมไพร์

Playoff Preview: โมโน แวมไพร์ (Mono Vampire Basketball Club)

Home / Scoops / Playoff Preview: โมโน แวมไพร์ (Mono Vampire Basketball Club)

ใน จีเอสบี ไทยแลนด์ บาสเกตบอล ลีก 2018 ครั้งนี้ ทีมโมโน แวมไพร์ จบสถิติในฤดูกาลปกติด้วยสถิติชนะ 16 แพ้ 2 เข้าเพลย์ออฟเป็นอันดับที่ที่ 2

แฟนๆ ที่เพิ่งเข้ามาตาม TBL ในปีนี้ อาจจะสงสัยว่า เฮ้ย นี่ โมโน แวมไพร์ ดรอปลงไปแล้วหรอ ทำไมแชมป์เก่าถึง 3 สมัยติดต่อกัน ไม่สามารถจบในอันดับที่ 1 ได้ละ?!

ทั้งที่ความจริงแล้ว อาจจะไม่ต้องเป็นห่วงอะไรเท่าไหร่นัก

ทีมโมโน แวมไพร์ ชุดนี้ ถือว่าเป็นชุดที่ไม่ต่างจากชุดเดิมที่คว้าแชมป์ TBL 2017 เท่าไหร่นัก มีเปลี่ยนจาก เรจจี้ จอห์นสัน มาเป็น แซม เดกัวร่า แต่ก็ถือว่าเป็นทีมที่ลุยด้วยกันมายาวๆ ตั้งแต่ ABL 2017-2018 และ TBSL 2018

ตลอดช่วงฤดูกาลปกตินั้น โค้ชดั๊กกลัส มาร์ตี้ จึงไม่มีความกดดันที่จะหาแนวทางของทีมเท่าไหร่นัก และ มีโอกาสที่จะได้ลองผู้เล่นใหม่ๆ และ ให้โอกาส ผู้เล่นคนอื่นๆ มากขึ้น และเน้นการลงเล่นของผู้เล่นที่จะขุนขึ้นมาเป็นกองกำลังหลักชุดต่อๆ ไปอย่าง “บอย” ศิรพงษ์ บุญใหญ่, “เจมส์” ศุภวิชญ์ ขุขันถิ่น, “เหยา” อาณัติ พ่วงลา, และ “โส” โสฬส สุนทรศิริ ในขณะที่ผู้เล่นหลักๆ อย่าง “ปาล์ม” ดรงค์พันธ์ อภิรมย์วิไลชัย และ “บิ๊ก” ธีรวัฒน์ จันทะจร ได้พักหน่อย

แน่นอนว่า ผู้เล่นที่บาดเจ็บ หลังจากที่เป็นตัวหลักในปีที่แล้ว อย่าง “เจโอ” รัชเดช เครือทิวา, “บาส” กานต์ณัฐ เสมอใจ, และ “เป้” ชิตชัย อนันติ ต่างก็เป็นผู้เล่นที่ทดแทนได้ยาก แต่โมโน แวมไพร์ ก็ทำได้ดีในการประคองจนยังสามารถเข้าไปได้ในเพลย์ออฟ เป็นอันดับที่ 2

โค้ชดั๊ก ไม่มีปัญหากับการที่ต้องปรับ เจสัน บริกแมน (Heritage Import) หรือ ไมค์ ซิงเกิลแทรี่ (World Import) ที่เล่นด้วยกันมายาวนานให้เข้ากับทีม จึงมีโอกาสในการลองเล่นกับไลน์อัพต่างๆ มากมายในซีซั่นนี้

สำหรับ โมโน แวมไพร์ ในการเข้าเพลย์ออฟครั้งนี้ ก็ได้แต่บอกว่า เป็นทีมที่ทำผลงานได้ตามมาตรฐาน ยังไม่ได้โชว์อะไรออกมาให้หวือหวา คาดว่าคงมีรอเก็บไว้เพื่ออัดเต็มที่ในช่วงเพลย์ออฟนี้แน่นอน

สถิติที่สำคัญ

แต้ม: 92.2 ต่อเกม (อันดับที่ 2)
แต้มเสีย: 78.4 ต่อเกม (อันดับที่ 2)
รีบาวด์: 47.6 ต่อเกม (อันดับที่ 2)
แอสสิสต์: 27.5 ต่อเกม (อันดับที่ 2)
สตีล: 8.3 ต่อเกม (อันดับที่ 6)
บล็อก: 2.9 ต่อเกม (อันดับที่ 8)

สิ่งที่ต้องทำให้ได้เพื่อให้ได้แชมป์

การที่ได้พัก ได้วนตัวผู้เล่นในฤดูกาลปกติไป ถือว่าเป็นเรื่องที่ดี สำหรับผู้เล่นทีมโมโน แวมไพร์ ที่เจอศึกหนักมาตลอดในทุกรายการแข่งขัน แต่สิ่งที่ต้องทำต่อไปนี้ คือ การสับสวิตช์เข้าโหมด เพลย์ออฟ ให้ได้อย่างมีประสิทธิภาพ การที่เข้ามาเป็นที่ 2 ในตารางนั้น แปลว่า ต้องเจอกับทีมไทยเครื่องสนาม ที่พ่ายแพ้มาแล้ว 1 ครั้ง ทำให้ผู้เล่นตัวหลักที่ โค้ชดั๊ก จะใช้งานนั้น ต้องพร้อมที่จะเข้ามาเล่นให้ได้อย่างท็อปฟอร์ม

ซึ่งเท่าที่ดูมาในแต่ละเกมที่ผ่านมา แต่ละคนก็ทำได้ดี ไม่ว่าจะเป็น บริกแมน, ซิงเกิลแทรี่, “ปาล์ม” ดรงค์พันธุ์, หรือ “บิ๊ก” ธีรวัฒน์ พวกเขาสามารถรักษาฟอร์มมาตรฐานการเล่นของตัวเองได้ดีพอสมควร แม้ว่าจะต้องขาดๆ หายๆ เป็นบางเกม

ที่ผ่านมา “บิ๊ก” ลงไปเล่นเพียง 7 เกมเท่านั้น แต่ก็มีความคงที่ในความดุดันของการตามซ้ำจังหวะสอง ทำให้มีผลงานอยู่ที่ 7.9 แต้ม และ 5.7 รีบาวด์ต่อเกม ในขณะที่ “ปาล์ม” ก็ยังคงเป็นแกนหลักของทั้งเกมบุก และ เกมรับ ด้วยสถิติ 8.6 แต้ม 2.7 รีบาวด์ และ 3.0 แอสสิสต์

สิ่งที่ห้ามทำ หากต้องการคว้าแขมป์

การที่คว้าแชมป์มาได้ 3 ครั้งติดต่อกัน
การที่สามารถเข้าเพลย์ออฟมาได้ในอันดับที่ 2 โดยที่ยังสามารถวนตัวผู้เล่นได้อย่างไม่เดือดร้อนเท่าไหร่นัก

สิ่งที่น่าเป็นห่วงต่อมา คือ ความประมาท

โค้ชดั๊ก และ เหล่ารุ่นพี่คนโตของทีม ทั้ง “สิงห์” ชนะชนม์ กล้าหาญ และ “ปาล์ม” ดรงค์พันธุ์ กับ จอมทัพ บริกแมน ต้องคอยควบคุมอารมณ์ของทีมไม่ให้หลงไปอยู่ในสภาพลอยตัว และ ขาดความกระหายที่จะคว้าชัยชนะ

เท่าที่ผ่านมา ก็ดูจะไม่มีปัญหาเท่าไหร่นัก แต่เมื่อใกล้จะต้องเจอกับทีมที่มากความสามารถอย่าง ไทยเครื่องสนาม แปลว่า พวกเขาจะเปิดโอกาสให้มีจุดอ่อนตรงนี้ไม่ได้เลย

ผู้เล่นที่ต้องจับตามอง

“โส” โสฬส สุนทรศิริ

โพสต์โดย TBL เมื่อ วันเสาร์ที่ 9 มิถุนายน 2018

ด้วยการปรับตำแหน่ง และ โอกาสในการลงเล่นที่เพิ่มมากขึ้น ทำให้ “โส” พัฒนากลับมาเริ่มเห็นแววของผู้เล่นที่ได้รางวัล MVP เมื่อปี 2014 ขึ้นมาลางๆ แล้ว ด้วยสถิติ 8.4 แต้ม 2.6 รีบาวด์ และ 5.1 แอสสิสต์ต่อเกม เป็นผู้เล่นคนไทยที่มีแอสสิสต์มากที่สุดเป็นอันดับที่ 3

การที่ทีมได้ให้เขาไปเล่นในตำแหน่งปีกมากขึ้น ทำให้เกิดมิติในการเล่นมากขึ้น ทั้งในรูปแบบที่เขาจะเล่นเป็นการ์ดเอง หรือ เป็นปีก เมื่อเล่นคู่กับ เจสัน บริกแมนก็ตามที มาในสมรภูมิการแข่งขันที่ดุเดือดมากขึ้นกับรอบเพลย์ออฟ เราก็จะเห็นกันชัดเจนมากยิ่งขึ้นอีก ว่าการพัฒนาเปลี่ยนแปลงของ “โส” นั้น จะทำส่งผลกับทีมมากน้อยอย่างไรบ้าง

“เหยา” อาณัติ พ่วงลา

โพสต์โดย TBL เมื่อ วันศุกร์ที่ 22 มิถุนายน 2018

ผู้เล่นอีกคนที่ต้องจับตามองเป็นพิเศษ คือ “เหยา” อาณัติ ที่ดูเหมือนจะเริ่มคลำหาตำแหน่งธรรมชาติของตัวเองเจอขึ้นมาบ้างแล้ว

ด้วยความที่รูปร่างค่อนข้างสูงใหญ่ และ มีความยาว ที่ผ่านมา เหยา จึงถูกจำกัดอยู่กับตำแหน่งผู้เล่นวงในซะมากกว่า แต่ตอนนี้ เขาเริ่มมีการเล่นห่างจากห่วงมากขึ้น และ ทำได้อย่างมีประสิทธิภาพพอสมควรด้วย เขามีการยิงสามแต้ม (แน่นอนว่า ในจังหวะที่เปิดโล่ง และเซ็ทบอลมาให้) ที่พอใช้ได้ อยู่ที่ 35.7% ทำให้สามารถเปิดพื้นที่การเล่นของทีมโมโน แวมไพร์ ออกกว้างมากขึ้น

ความสามารถในการหาพื้นที่ว่างของเขาเอง เพื่อทำคะแนน หรือ เก็บรีบาวด์ เขาก็ยังทำได้ดี (9.2 แต้ม และ 5.6 รีบาวด์) และเช่นเดียวกันกับ โสฬส เราจะได้เห็นกันชัดเจนมากขึ้นว่า สิ่งที่เขาพัฒนาขึ้นมานั้น มันจะใช้ได้อย่างมีประสิทธิภาพมากแค่ไหนในรอบเพลย์ออฟ