Playoff Preview: สโมสรการไฟฟ้าฯ (PEA Basketball Club)

Home / Scoops / Playoff Preview: สโมสรการไฟฟ้าฯ (PEA Basketball Club)

ทีมสุดท้ายที่ตีตั๋วเข้าสู่รอบเพลย์ออฟของ TBL 2018 ได้สำเร็จ คือ ทีมสโมสรการไฟฟ้า หรือ PEA Basketball Club เรียกได้ว่าลุ้นกันตัวโก่งพอสมควร แต่ก็สามารถแซงโค้งสุดท้ายไป และ จบที่อันดับที่ 4 ในตารางด้วยสถิติชนะ 10 แพ้ 8  เกม

ตั้งแต่เริ่มต้นฤดูกาลนั้น เป้าหมายของ โค้ชหมู กฤต ไพโรจน์พีระไพศาล ก็คือการเข้ารอบเพลย์ออฟอีกครั้งเป็นปีที่สองติดต่อกัน และเขาก็ทำได้สำเร็จ แม้ว่าเส้นทงอาจจะไม่ราบรื่นเท่าไหร่นัก มีเปลี่ยนผู้เล่นในทีมจนแทบตามไม่ทัน แต่ตอนนี้ ทีม “มนุษย์ไฟฟ้า” ก็สามารถฝ่าฟันเข้ามาได้ถึงรอบต่อไปใน TBL

หากเทียบดูรายชื่อผู้เล่นในเกมแรก กับ เกมสุดท้าย ของทีม PEA นั้น แทบจะเรียกได้ว่าเป็นคนละทีมเลยก็ได้ ตอนเปิดตัวลงสนามเกมแรก พวกเขามีทั้ง “แวน” ไพรัช เสกธีระ, “ยักษ์” ชัยวัฒน์ แกดำ, เฟรดดี้ ลิช, และ “เติ้ล” พัชรภูมิ พันธสุระ แต่เมื่อจบซีซั่นมานี้ ทั้ง 4 คนกลับไม่ได้อยู่ในไลน์อัพแล้ว ไม่ว่าจะด้วยทั้งอาการบาดเจ็บ (ที่น่าเสียดายคือ เติ้ล ที่กำลังเล่นได้เข้าฝัก) หรือ เหตุผลส่วนตัวต่างๆ นอกจากนั้นแล้ว ตอนเริ่มต้นซีซั่นมา โค้ชหมู ยังมีผู้เล่นต่างชาติเพียงสองคน คือ อัลมอนด์ โวโซทรอส (Heritage Import) กับ เรย์มอนด์ ออสติน จูเนียร์ (World Import) ซึ่งทั้งสองทีมก็ช่วยแบกทีมมาจนถึงเกมสุดท้าย

ระหว่างทางนั้น ก็มีการสับเปลี่ยนผู้เล่นต่างชาติมาระหว่างทาง ทั้ง ทราเวล โจนส์ (World Import) อาร์โนล์ด แวน ออปสตาล (Heritage Import) และ มาร์ก ยี (Heritage Import) แต่แล้ว พอมาถึงเกมสุดท้ายของซีซั่น ก็จบลงด้วยการที่ใช้งาน จาเลน รอบินสัน (World Import) และ เจราไมอา เกรย์ (Heritage Import) แทน

เรียกได้ว่า แทบจะพลิกหน้ามือ เป็น หลังมือเลยทีเดียว

ด้วยความที่มีการเปลี่ยนผู้เล่นมากมายตลอดทั้ง 18 เกมในฤดูกาลปกตินั้น ทำให้ทีมสโมสรการไฟฟ้า ถือว่าเป็นทีมที่พึ่ง “ความสามารถส่วนตัว” ค่อนข้างมาก เนื่องจากแทบไม่มีเวลาในการปรับจูนให้เข้ากันเท่าไหร่ เห็นได้จากจำนวนการ แอสสิสต์ที่น้อยที่สุดใน TBL ที่ 21.7 ครั้งต่อเกม

ในเพลย์ออฟรอบแรกนี้ ทีม PEA จะเข้าไปชนกับทีมไฮเทค ที่เข้ารอบมาเป็นที่ 1 ซึ่งเป็นงานช้างแน่นอน เห็นได้จากเกมแรกที่ทั้งสองทีมเจอกัน ที่ไฮเทคถล่มไป 107-64 แต่ความหวังของโค้ชหมู คือ ฟอร์มในเกมที่เจอกันครั้งต่อมา ที่สามารถทำเอาทีมจ่าฝูงเสียวไส้ด้วยการไล่ต้อนจนแพ้เพียง 91-90 ซึ่ง ถ้าเกมนั้น ไทเลอร์ แลมป์ ของไฮเทค เล่นไม่ท็อปฟอร์มจริงๆ ก็อาจจะมีพลิกล็อคกันไปแล้วก็เป็นไปได้

สถิติที่สำคัญ

แต้ม: 86.2 ต่อเกม (อันดับที่ 4)
แต้มเสีย: 87.4 ต่อเกม (อันดับที่ 6)
รีบาวด์: 46.1 ต่อเกม (อันดับที่ 8)
แอสสิสต์: 21.7 ต่อเกม (อันดับที่ 10)
สตีล: 8.2 ต่อเกม (อันดับที่ 7 ร่วม)
บล็อก: 3.4 ต่อเกม (อันดับที่ 5 ร่วม)

สิ่งที่ต้องทำให้ได้เพื่อให้ได้แชมป์

สำหรับทีม PEA ระดับการเล่นของ โวโซทรอส, ออสติน, รอบินสัน, และ เกรย์ ถือว่าอยู่ในจุดที่ประคอง และ ต่อกร กับทีมอื่นๆ ในรอบเพลย์ออฟนี้ พอฟัดพอเหวี่ยง ไม่ทิ้งห่างกันมากเท่าไหร่นัก ดังนั้น สิ่งที่ต้องคาดหวังคือ การยกระดับการเล่นไปอีกขั้นของ สามดาวรุ่งประจำทีม

น้องสุดท้องของทีม “บูม” พงศกร ทำมาได้ดีตลอดซีซั่น และ พัฒนาขึ้นมาอย่างก้าวกระโดด ทำสถิติ 10.6 แต้ม 2.8 รีบาวด์ และ 2.3 แต้มต่อเกม เป็นตัวหลักที่ขาดไม่ได้ของทีมไปแล้ว เขาเป็นคนที่มีไหวพริบ และ ความสามารถในการจ่ายบอลที่ดี ซึ่งทำให้เหมาะกับโครงสร้างของทีมนี้เป็นอย่างมาก

“นาด้า” เอกธนัช (4.7 แต้ม 3.1 รีบาวด์ต่อเกม) เองก็มีพัฒนาการที่โดดเด่น โดยเฉพาะในช่วงท้ายซีซั่น ที่มีความกล้าลุย กล้าเล่น มากขึ้นอย่างเห็นได้ชัด ทำให้เขาได้รับความไว้วางใจในการลงเล่นมากขึ้น ยิ่งในช่วงหลังจากที่ทีมแยกทางกับ เฟรดดี้ ลิช ไป

อาจจะเป็น “แบงค์” ณัชชพงษ์ (3.9 แต้มต่อเกม) ที่จะต้องเร่งเครื่อง หาจังหวะของตัวเองให้ได้ในเพลย์ออฟครั้งนี้ หลังจากที่ฟอร์มดรอปลงมาจากปีที่แล้วอยู่บ้าง แบงค์ ทำได้ดีในฐานะที่เป็นตัวยิง และ ตัวข้ามในปีที่ผ่านมา แต่ ใน TBL 2018 ครั้งนี้ ดูเหมือนว่า ความมั่นใจจะตกลงไปพอสมควร

สามประสานนี้ จะเป็นตัวชูเกมของ PEA ให้ยกระดับขึ้นไปอีกขั้นได้ หากว่าสามารถเล่นได้อย่างเต็มศักยภาพ ทั้งในด้านเกมรับ และ เกมรุก

สิ่งที่ห้ามทำ หากต้องการคว้าแขมป์

หลายๆ ครั้ง ผู้เล่นของทีม PEA จะอยู่ในสภาพเหมือนติดภวังค์กับการดูเพื่อนร่วมทีมที่ครองบอลอยู่ ซึ่งทำให้สภาพการไหลของเกมบุกติดชะงัก และ กลายเป็นว่าการครองบอลจะจบลงด้วยการยิงที่ไม่มีประสิทธิภาพเท่าที่ควร

โค้ชหมู จะต้องคอยกำชับให้ผู้เล่นทุก มีการเคลื่อนไหวมากกว่านี้ เพื่อสร้างจังหวะการทำแต้มที่ดีมากขึ้น ยิ่งในเมื่อจะต้องเจอกับทีม ไฮเทค ที่ป้องกันแบบกดดันทั้งสนาม และ แทบไม่เปิดโอกาสในการยิงที่ง่ายๆ เลย

ทีมการไฟฟ้า เป็นทีมที่ทำได้ดีกับการครองบอล โดยเสียเทิร์นโอเวอร์เพียง 12.8 ครั้งต่อเกม (น้อยที่สุดใน TBL 2018) เพราะฉะนั้น หากพวกเขาสามารถสร้างการเคลื่อนไหว และ การเคลื่อนบอลที่ดีมากขึ้นไปอีก โอกาสที่จะชนะก็จะยิ่งเพิ่มมากขึ้น

ผู้เล่นที่ต้องจับตามอง

“บูม พงศกร เจียมสวัสดิ์

โพสต์โดย PEA Basketball Fanclub เมื่อ วันจันทร์ที่ 9 กรกฎาคม 2018

ดาวรุ่งที่ทั้งประเทศต้องจับตามองตอนนี้ “บูม” พงศกร ก้าวขึ้นมาจนเป็นสตาร์ของทีมได้แล้ว ด้วยวัยเพียง 18 ปีเท่านั้น ใครที่เพิ่งมาติดตาม TBL ในรอบเพลย์ออฟ ต้องรีบดูฟอร์มของเขาแต่เนิ่นๆ ก่อนที่จะไปเล่นใน FIBA U18 Asian Championship ในต้นเดือนสิงหาคมที่จะถึงนี้

ตอนนี้บูมเป็นผู้เล่นวงนอกที่ครบเครื่อง ทั้งการยิง การเลี้ยงบอล และยิ่งโดดเด่นเป็นพิเศษกับการจ่ายบอล เขาอาจจะต้องมีการปรับปรุงในเรื่องของการควบคุมความคงที่ในการเล่น และ การรักษามาตรฐานของความตั้งใจในแต่ละเกม เหมือนเด็กๆ รุ่นอายุเดียวกันทั่วๆ ไป แต่ถ้าหากว่า เพลย์ออฟ รอบนี้ ทำให้เขาสามารถก้าวข้ามปัญหาพวกนี้ ได้มากขึ้น ก็จะทำให้เขาก้าวหน้าขึ้นไปอีกขั้นได้